จัตุรัสทาวน์ฮออล์ (เมืองริกา)
เป็นสถานที่กำเนิดต้นคริสต์มาส มา 500 ปีแล้ว ที่นิยมประดับประดาตอน25 ธันวาคม
อนุสาวรีย์นักรบโรแลนด์
ผู้เข้ามาก่อตั้งเมืองริก้ายุคเริ่มแรก และเป็นนักบุญในเวลา ต่อมา
บ้านนายหัวดำ
แลนด์มาร์คห้ามพลาดของเมือง เป็นจุดศูนย์กลางของเมืองเก่า สร้างมา เพื่อเป็นที่รวมตัวดื่มสังสรรค์ของนักเดินทางต่างชาติและพ่อค้าที่ยังไม่แต่งงานที่ล้วนเป็นเศรษฐีสร้างขึ้นมา
ในปี ค.ศ. 1334 แต่ถูกทำลายในช่วงสมัย สงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการบูรณะใหม่ในช่วงปี ค.ศ. 1995 – ค.ศ. 1999 ปัจจุบันบ้านนายหัวดำถูกเปิดไว้ใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคน สำคัญเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีร้านขายของที่ระลึกหลายร้านรอบๆ จัตุรัสแห่งน
โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (ริก้า)
ถือเป็นจุดแลนด์มาร์คสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองริก้า สร้างขึ้นครั้งแรกในศตวรรษที่13 ใน ส่วนของยอดโบสถ์ทำมาจากไม้ได้รับการติดตั้งในปี 1690 ซึ่งสูงที่สุดในโลกในขณะนั้น โบสถ์เคยถูกไฟไหม้ไปในช่วงสงครามโลกครั้ง
ที่ 2 และได้รับ การบูรณะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ในปี1973 โดยที่ยอดเปลี่ยนเป็นทำจากโลหะแทน ซึ่งปัจจุบันมีบริการลิฟต์ให้นักท่องเที่ยวขึ้นไป
ชมวิวเมืองริก้าในมุมพา โนรามา *ไม่รวมค่าเข้าและขึ้นลิฟต์ประมาณ ท่านละ 9 ยูโร
โบสถ์เซนต์ จอห์น
สร้างขึ้นในปี 1234 เพื่อใช้เป็นโรงสวดของวัดนิกายโดมินิกันต่อมา ในศตวรรษที่ 13 กลายเป็นโบสถ์ และในปี 1582 ก็กลายเป็นโบสถ์แบบลัตเวียนโบสถ์แรกในเมืองริก้า นำท่านเพลิดเพลิน
อาคารสามพี่น้อง
สร้างขึ้นเมื่อปี 1646 ที่พวกพ่อค้าวาณิชมาสร้างเอาไว้ ชั้น 2 เป็นที่เก็บของ ส่วนชั้นล่าง เป็นที่พักอาศัย จากนั้นอิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย
ตลาดกลาง
เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 1998 มีพื้นที่ถึง 72,300 ตารางเมตร มีขายทุกอย่างตั้งแต่ผลไม้ ผัก อาหารสด ดอกไม้ เสื้อผ้าและเครื่องใช้ต่างๆ
พระราชวังรุนดาเล
หรือพระราชวังฤดูร้อน เคยเป็นสถานที่ประทับในช่วงฤดูร้อนของท่านยุคโดยปราสาท แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจากการออกแบบพระราชวังฤดูหนาวแห่งนครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก ภายในจะ พบกับสิ่งตกแต่งดั้งเดิม ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ภาพวาด และเครื่องลายครามของราชวงศ์จีนนอกจากนี้ท่านจะยังได้ชมสวนสไตล์ฝรั่งเศส ที่ได้รับการตกแต่งอย่างงดงามอันเต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ
เมืองชัวเลย์
เช็วเลย์ เป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศลิทัวเนีย มีประชากร 101,884 คน ตั้งอยู่ห่างจากเมืองเกานัสไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 121 กิโลเมตร มีอุตสาหกรรมเครื่องหนังและถุงเท้ารองเท้า
สุสานไม้กางเขน
เป็นสถานที่แสวงบุญของคนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก อยู่ห่างไปทางตอนเหนือของเมืองชัวเลย์ประมาณ 12 กม. มีความเชื่อกันว่าไม้กางเขนแรกถูกวางไว้บนเนินเขา ในช่วงปี1831 สุสานไม้กางเขนถูกทำลายและสร้างขึ้นใหม่ในหลายๆครั้งโดย รัฐบาลโซเวียต ในปีพ. ศ.2536 พระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และมีคนมากมายเข้ามาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ที่นี่ ไม่ได้มีเพียงไม้กางเขนเท่านั้นแต่ยังมีรูปปั้นของพระแม่มารีย์, รูปแกะสลักอื่นๆรวมกันนับแสนชิ้น
เมืองเคานัส
เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองจากเมืองวิลนีอุสและมีประวัติความเป็นมายาวนาน ในปัจจุบันเคานาสถือเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษา และวัฒนธรรมของประเทศลิทัวเนีย ตัว
เมืองมีแม่น้ำเนริส (Neris) และเนมูนัส (Nemunas) ไหลผ่าน เคานาสเป็นเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีผังเมืองที่สวยงามเป็นระเบียบจนได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น City of Design เมืองแรกของประเทศฝั่งยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก